~•[K]alo [W]ane...'s profile-The Thief Of Baramos-PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
-The Thief Of Baramos-Welcome to my space of -The Thief Of Baramos- |
||||
|
|
March 22 Stap Of Fantasy's Fable
คุณ dragon ถามเรื่องขั้นตอนการเขียนนวนิยาย ดวงตะวัน - เป็นคำถามใหญ่และกว้างมากเลยค่ะ เอาเป็นว่าจะลองเล่าจากประสบการณ์การทำงานของตัวเองดูนะคะ คงไม่อาจถือเป็นหลักเกณฑ์ใดๆ ได้ 1. ก่อนลงมือเขียน เริ่มจากคิดค่ะว่า มี “เรื่อง” อะไรจะเล่า ดิฉันเริ่มต้นแบบนี้เสมอ ติดมาจากสมัยที่ทำงานสารคดี คำถามหนึ่งที่ถามตัวเองเสมอเมื่อลงมือเขียนเรื่องก็คือ ประเด็นคืออะไร เมื่อตั้งไว้ในใจได้แล้ว ก็จะทำให้เราไม่หลงประเด็นเวลาเขียน หรือแม้แต่ตอนหาข้อมูลก็จะไม่ถูกข้อมูลมากมายมหาศาลท่วมตาย เพราะว่าในใจเรามีประเด็นชัดเจนอยู่ ก็จะหาแต่ข้อมูลที่มาสนับสนุนงานเขียนในประเด็นของเราเท่านั้น นิยายก็เหมือนกัน เมื่อรู้ว่า ประเด็นคืออะไร ? ก็สบายแล้วละค่ะ ประเด็นในที่นี้ ไม่ใช่ว่าจะเล่าเรื่องของใคร อย่างไรนะคะ (ตอนคิดประเด็นน่ะ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า จะเล่าเรื่องของใคร ? ฉากที่ไหน ใครเป็นพระเอกนางเอก) ประเด็นคือหลักใหญ่ใจความสำคัญในเรื่องนั้นๆ ที่เราอยากนำเสนอ เป็นแก่นความคิดที่เราอยากพูดถึงมันในเนื้องานของเราน่ะค่ะ เช่น รุ้งจันทร์ตะวันดาว ประเด็นในใจนักเขียนชัดเจนมาก คือตั้งเอาไว้ประโยคเดียวเลยว่า การต่อสู้ระหว่างอารมณ์ความรู้สึก กับเหตุผล (แต่ทำได้หรือไม่ได้ หรือทำได้ แต่ทำได้ถึงจุดที่วางเอาไว้หรือเปล่า เป็นอีกเรื่องหนึ่งค่ะ ^^ ) เรื่องเรือนดอกรัก ประเด็นคือ ความเป็นไทยคืออะไรกันแน่ ไฟในวายุ ประเด็นคือ ด้านร้ายและมุมลบของความรัก 2.พอได้ประเด็น ก็คิดตัวเรื่องแล้วละค่ะ คิดว่าเรื่องอะไร แบบไหน ที่จะรองรับประเด็นของเราได้ จากตัวเรื่อง ก็คิดฉาก คิดหาตัวละคร พระเอก นางเอก อันนี้ไม่ยากแล้ว แล้วเริ่มหาข้อมูลมาสนับสนุน 3.ดิฉันอาจโชคดีตรงที่เคยทำงานสารคดีมานานถึง 10 ปี ได้พบปะสัมภาษณ์ผู้คนหลากหลาย ได้เดินทางไปยังสถานที่ พบเห็นฉากมากมาย ฉากบางฉาก ผู้คนบางคน ก็ยังคงอยู่ในลิ้นชักความทรงจำ เมื่อคิดจะใช้ ก็สามารถดึงเอาออกมาได้เสมอ ตัวละครอย่าง ตระการตา ใน คำรัก ซึ่งทำงานซ่อมเอกสารเก่า ก็มาจากประสบการณ์เมื่อครั้งเขียนสารคดีเรื่อง การซ่อมหนังสือเก่า และได้ไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ได้รู้เห็นขั้นตอนการซ่อมหนังสือและเอกสารเก่าชนิดต่างๆ อย่างใกล้ชิด ฉากในเรื่อง แก้วรัดเกล้า ซึ่งเป็นฉากพื้นที่อีสานล่าง มีปราสาทหินอยู่มากมาย ก็มาจากการทำสารคดีเรื่อง “ตามรอยชัยวรมัน” บนแผ่นดินอีสานใต้ แต่บางเรื่อง ก็ต้องออกไปเก็บข้อมูลใหม่เหมือนกันค่ะ อย่าง “รักแผลงฤทธิ์” ดิฉันไปแถวเซ็นเตอร์พอยท์ สยาม อาร์ซีเอ จตุจักร ไปดูไปฟังว่า เด็กหนุ่มเด็กสาวรุ่นใหม่เขาใช้ชีวิตกันอย่างไร อ้อ…เข้าไปแชทกับวัยรุ่นบางคนในเว็บใต้ดินบางแห่งด้วยค่ะ 4.ลงมือเขียน ร่างแรกสุด : เป็นการเขียนแบบที่ดิฉันเรียกของดิฉันเองว่า “เขียนแบบเล่าเรื่องให้ตัวเองฟัง” คือไม่สนใจเรื่องภาษา วรรณศิลป์ หรือวิธีการเล่าเรื่องอะไรเลย คือดิฉันจะพิมพ์ไปเรื่อยๆ เล่าให้ตัวเองฟังว่า มีใครบ้าง เกี่ยวข้องกันอย่างไร และเกิดอะไรขึ้นบ้าง มันนำไปสู่อะไร ข้อขัดแย้งคืออะไร แล้วมันจะคลี่คลายได้ด้วยวิธีไหน อย่างไร เขียนง่ายๆเลยค่ะ ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น เขียนเล่าไปเรื่อยๆ จนจบ พอร่างที่สอง : เราก็เริ่มใส่รายละเอียดเข้าไปค่ะ ขั้นตอนนี้ละที่ค่อนข้างยากและละเอียด (สำหรับตัวดิฉันเอง) เพราะไม่เพียงแต่เพิ่มเติมรายละเอียดของเหตุการณ์ ฉาก และตัวละครเข้าไปเท่านั้น ยังต้องคิดถึงวิธีการเล่าเรื่องด้วย ว่าจะเล่าอย่างไร เดินเรื่องช้า หรือเร็ว ตัดฉากสลับในช่วงไหน ร่างที่สาม : หาจุดโหว่ของเรื่องเล่า แล้วเสริมให้เต็ม บางทีในขั้นตอนนี้ อาจต้องเพิ่มเป็นฉาก บางครั้ง เพิ่มเป็นตอนๆ ซึ่งนี่คือเหตุผลว่า ทำไมดิฉันจึงไม่สามารถเขียนนิยายส่งนิตยสารทีละ 5 ตอนหรือ 10 ตอนได้ แต่ต้องเขียนให้จบหมดทั้งเรื่องเสียก่อน จึงจะส่ง (หรืออย่างน้อย ร่างที่สามต้องลงตัวแล้ว จึงจะส่งนิตยสาร) ร่างที่สี่ : อันนี้ก็เก็บรายละเอียดแล้วละค่ะ ดูสำนวนภาษา รูปประโยคให้ถูกต้อง ความเปรียบเปรยต่างๆ ว่าถูกต้อง เหมาะสม และชัดเจนหรือยัง ถ้าเป็นไปได้ จบร่างนี้ จะพักเอาไว้สักพักหนึ่งค่ะ เพื่อให้ตัวเองลืม แล้วเมื่อถึงกำหนดส่งนิตยสารเมื่อไรนั่นละ จึงจะนำมาอ่านตรวจแก้อีกรอบแล้วจึงส่งให้นิตยสาร 5.พิมพ์รวมเล่ม ระหว่างเวลา 1-2 ปีที่นิยายเรื่องหนึ่งๆ ลงตีพิมพ์ในนิตยสาร ดิฉันจะคอยฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อ่านเสมอ บางท่านเขียนจดหมาย ส่งอีเมลมาบอก บางท่านก็ไปคอมเม้นต์เอาไว้ตามเว็บบอร์ดต่างๆ เมื่อนิยายจบและจะต้องรวมเล่ม ดิฉันจะนำต้นฉบับมาตรวจแก้อีกรอบหนึ่ง ส่วนไหนที่เห็นด้วยกับคำวิจารณ์ ว่าเราผิดพลาดในจุดนั้นจริงๆ ก็จะแก้ไขในรอบนี้ค่ะ อย่างไรก็ตาม ดิฉันเชื่อในระบบบรรณาธิกรณ์ต้นฉบับค่ะ ที่เชื่อก็เพราะดิฉันคิดว่า ถ้าเราอ่านต้นฉบับคนเดียว สิ่งที่ผิดแต่เราเห็นว่าถูก ต่อให้เราอ่านตรวจทานกี่ครั้งมันก็จะถูกอยู่เช่นนั้นแหละ แต่ถ้าหากให้คนอื่นมาร่วมอ่านด้วย เขาจะเห็นทันทีว่ามันผิด เป็นโชคดีจริงๆ ที่ดิฉันมีบรรณาธิการและผู้ช่วยบรรณาธิการฝีมือดีช่วยตรวจแก้งานให้โดยละเอียดอีกสองคน ดิฉันอยากให้พวกเราได้เห็นต้นฉบับที่มีลายมือของคนสามคน (นักเขียน บก. และผู้ช่วย บก.) ตรวจแก้อยู่จังเลยค่ะ คำบางคำมีรอยปากกาวงเอาไว้ ประโยคบางประโยคมีรอยดินสอขีดเส้นใต้ และมีความคิดเห็นขีดเขียนไว้สั้นบ้าง ยาวบ้าง ถกเถียงกันว่า ควรใช้คำไหนกันแน่ และรูปประโยคเช่นใดจึงจะถูกต้องเหมาะสม ดิฉันเองได้ประโยชน์ทุกครั้งที่ได้อ่านต้นฉบับซึ่งได้รับการตรวจแก้เหล่านี้ ที่เล่ามานี้ ไม่ได้จะคุยโอ้อวดเลยนะคะ แต่จะบอกว่าเราทำงานกันแบบนี้จริงๆ ค่ะ และที่บอกเช่นนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า งานของดิฉันจะไม่มีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดใดๆ เลยนะคะ หมายเหตุ:ไปก๊อบเขามาคับ >< March 12 วิธีการเขียนนวนิยายarmeen.no-ip.info
ประเภทของนวนิยายแฟนตาซี
1. fairly tale : เป็นเรื่องที่เราคุ้นเคยตั้งแต่เด็ก ประเภทเทพนิยายต่าง ๆ มีนางฟ้า พ่อมด แม่มด คำสาป เวทมนตร์ ต่าง ๆ เช่นซิลเดอเรลลา อลิซในแดนมหัศจรรย์ 2. high fantasy : เป็นเรื่องที่เกิดมานานและห่างไกลจากปัจจุบันมาก อาจจะใช้ช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก อาจเป็นเรื่องของตำนานวีรบุรุษผู้กล้าที่ท้าทายอำนาจของขุนนางผู้ปกครอง การต่อสู้จากการถูกบีบบังคับ หรือการต่อสู้ระหว่างความชั่วกับความดี เต็มไปด้วยปาฏิหาริย์ เวทมนตร์ และมนุษยชาติที่แตกต่างกันไป รวมทั้งพวกคนแคระ พวกเทวดาตัวน้อย เช่น เรื่องThe lord of the ring 3. adventure fantasy : การผจญภัยของฮีโร่ ที่ต้องผ่านความยากลำบาก โดยมีคณะผู้ติดตามที่สับสนปนเป อลหม่าน ฮีโร่จะมีลักษณะซื่อสัตย์กล้าหาญ ยอมพลีชีพเพื่อผู้ที่อ่อนแอกว่า 4. urban fantasy : เป็นเรื่องที่เกิดในปัจจุบัน อาจจะอยู่ในหมู่บ้าน ตามชนบท หรือในเมืองเล็ก ๆ แต่ยังมีเรื่องมหัศจรรย์ อันเกิดจากแรงอธิษฐาน การดลบันดาลให้เกิดขึ้นจากพระเจ้า 5. dark fantasy : เป็นเรื่องที่วนเวียนอยู่กับแก่นของประวัติศาสตร์ของความน่ากลัวและเรื่องแต่งสมัยกอธิครวมไปถึงเรื่องราวของสัตว์ประหลาดตัวโตดุร้ายและเรื่องผี ๆ คำถามบ่อยครั้งเกี่ยวกับการสิ้นสุดของความตาย คนและสัตว์แฟนตาซีจะชั่วร้ายจนถึงแก่น ความชั่วร้ายปรากฏตั้งแต่ต้น โดยปกติจะหลังจากการบอกย่อ ๆ ในตอนเปิดฉากอย่างเงียบ ๆ ความชั่วร้ายจะบังเกิดอย่างแรงกล้าขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อดำเนินเรื่องต่อไป บ่อยครั้งที่โครงเรื่องจะมีจุดสำคัญบนปัญหาที่ลึกลับของสิ่งที่ถูกทำให้ผิดพลาดจากบางคนเนื่องจากความเข้าใจผิด หรือจากคำแนะนำผิด ๆ และถูกค้นพบวิธีการที่สามารถทำให้ถูกต้องหรือสร้างความเคารพยำเกรงได้ในตอนหลัง 6. science fantasy : เป็นการผสมอย่างเป็นพิเศษที่มีทั้งเวทมนตร์และวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์อาจเป็นเครื่องมือที่กระตุ้นทำให้เกิดเวทมนตร์ หรือคนที่ได้ผ่านการทดลองทางฟิสิกส์ ก่อให้เกิดพลังจิตอย่างแก่กล้า จนเหมือนกับมีอำนาจก่อให้เกิดเวทมนตร์ ~++~( การแบ่งประเภทขึ้นอยู่กับความเห็นของแต่ละคนไม่มีกฎตายตัว )~++~
~~~การเขียนนวนิยายแฟนตาซี ต้องรู้อะไรเป็นพิเศษบ้าง ?~~~
จุดเด่นในการที่ทำให้หนังสือแฟนตาซีแตกต่างจากหนังสืออื่น ๆ ที่เห็นได้ชัดมีอยู่ 3 อย่างคือ
1. เรื่องเกี่ยวกับผู้วิเศษมีเวทมนตร์อภินิหาร และตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา 2. โลกที่สอง หรือที่เรียกว่าโลกที่สร้างขึ้นใหม่จากจินตนาการ 3. ผู้วิเศษ เทวดา ปิศาจ หรือมนุษยชาติ ทั้งคนและสัตว์ที่มีรูปร่างแปลก ๆ แตกต่างไปตามเผ่าพันธุ์ที่คิดขึ้นได้ ดังนั้นสิ่งที่นักเขียนควรจะรู้นอกจากวิธีการเขียนนวนิยายโดยทั่วไปแล้ว ยังต้อง รู้เกี่ยวกับ 1. การสร้างโลกที่สอง 2. เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี การดำเนินชีวิต ฯลฯของโลก ในยุคต่าง ๆ 3. เรียนรู้ประวัติศาสตร์การปกครอง ชนชั้น ของคนในยุคต่าง ๆ ( โดยเฉพาะโลกยุคกลาง มักจะถูกนำมาเขียนถึงบ่อย ๆ ) 4. เรียนรู้ถึงเรื่องเวทมนตร์ การใช้เวทมนตร์ เครื่องมือในการทำให้เกิดเวทมนตร์ ผู้ใช้เวทมนตร์ และเรื่องราวเกี่ยวกับแม่มด มนตร์ดำ คำสาป ตามความเชื่อที่มียุคต่าง ๆ ซึ่งอาจจะหาอ่านได้หนังสือพวกเทพนิยายต่าง ๆ หรือพวกตำนานเรื่องราวเกี่ยวกับ Greek mythology, Egyptian mythology roman mythology, Norse and Germane mythology, Far eastern mythology ( คุณจะได้พบกับตำนานเทพเจ้า และความเชื่อต่าง ๆ รวมทั้งสัตว์ในเทพนิยายด้วย อ่านแล้วจะได้ไอเดียทั้งในการสร้างพล็อตและตัวละคร ) 5. เรียนรู้เกี่ยวกับตัวละครต่าง ๆ ที่มักจะมีในเรื่องของแฟนตาซีเท่านั้น ( ตัวละครคุณอาจจจะจินตนาการขึ้นมาเองก็ได้ แต่รู้เอาไว้ในสิ่งที่มีในความเชื่อของผู้คนก็จะดี ) เช่น คนแคระ , รุกขเทวดา , สัตว์ตามเทพนิยาย เช่นยูนิคอร์น , ปีกาซัส , ฟีนิกส์ , ผี เนื้อหานี่เราได้มาจากหลายแห่งนะจ๊ะ ไม่ใช่ของเราคนเดียว ขอขอบคุณ website ต่างๆน้าที่ให้ความอนุเคราะห์เรื่องเนื้อหา (กร๊ากกกกกก)
---------------------------------------------------------------------------- armeen.no-ip.info |
|||
|
|